อาการแพ้เครื่องสำอาง

(ต่อ)

ปัญหาที่หลายคนสงสัย คือ อาการอย่างไรจึงจะเรียกว่าเป็นการแพ้เครื่องสำอาง ซึ่งจะทำให้ระมัดระวังตัวหากมีอาการแพ้เกิดขึ้น

อาการกลุ่มแรกของการแพ้เครื่องสำอาง คือการที่ผู้ป่วยใช้เครื่องสำอางแล้วรู้สึกด้วยตนเอง เช่น อาการปวดแสบปวดร้อน อาการคัน ปกติอาการเหล่านี้จะเป็นช่วงสั้น ๆ ไม่เกิน 10 นาที

อาการกลุ่มต่อมา เป็นอาการที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หลาย ๆ คนมีความเชื่อว่าคนผิวขาวจะมีโอกาสแพ้เครื่องสำอางได้ง่ายกว่าคนผิวคล้ำ ที่จริงก็ไม่เสมอไปนัก คนผิวดำเช่นพวกนิโกร ก็มีอาการแพ้เครื่องสำอางได้เช่นกัน บริเวณของร่างกายที่จะแพ้เครื่องสำอางได้มากที่สุด คือ บริเวณใบหน้าเพราะผิวหนังบริเวณนั้นบางที่สุด อาการแพ้ที่แสดงให้เห็นด้วยตาแบบนี้ อาจเห็นเป็นตุ่มน้ำสีแดง เล็ก ๆ ผิวหนังอักเสบแดง หรือเป็นปื้นนูนแบบลมพิษ ที่น่าสนใจคือ การแพ้เครื่องสำอางมักจะก่อให้เกิดรอยดำบนใบหน้า น้ำหอมจะมีสารเคมีที่เมื่อโดนแสงแล้วจะกระตุ้นให้เกิดการแพ้แสงแดด เห็นเป็นรอยดำบริเวณที่ทาน้ำหอม เช่น ซอกคอ หลังฝ่ามือ หรือในคนที่ชอบใช้น้ำหอม โอเดอร์โคโลญจน์ลูบหน้า จะเห็นเป็นปื้นดำที่หน้าได้เช่นกัน ในบางประเทศพบว่าการใช้ยารักษาฝ้าที่มีสารไฮโดรควิโนนความเข้มข้นสูง ๆ จะก่อให้เกิดปื้นดำบนใบหน้าได้ คือนอกจากฝ้าจะไม่หายแล้วยังเกิดรอยดำใหม่ขึ้นบนใบหน้าด้วย ฉะนั้นคนที่ชอบใช้ครีมรักษาฝ้าด้วยตนเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ควรจะต้องระวังผลแทรกซ้อนนี้

เครื่องสำอางที่ใช้ที่เล็บก็อาจทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองรอบเล็บได้ รวมทั้งทำให้เล็บผุกร่อนและเปลี่ยนสีได้เครื่องสำอางพวกน้ำยาดัดผมและน้ำยายืดผม จะมีคุณสมบัติทำให้ไดซัลไฟด์บอนด์ของเส้นผมแตกตัวออก การใช้เครื่องสำอางประเภทนี้จึงอาจทำให้เส้นผมเปราะหักได้ เส้นผมที่อ่อนแออยู่แล้ว เช่น เส้นผมที่ได้รับการดัดมาแล้ว ยืดมาแล้ว ถูกย้อมหรือถูกกัดสีมาแล้ว หรือเส้นผมที่ถูกแสงแดดมาก ๆ หรือถูกสารคลอรีนมาก ๆ จะยิ่งเปราะ หักได้ง่ายกว่าเส้นผมปกติ

เครื่องสำอางทำให้เกิดสิวได้ ในท้องตลาดปัจจุบันเครื่องสำอางหลายชนิดมีส่วนประกอบของสารที่ก่อให้เกิดสิวได้ จึงไม่แปลกเลยที่จะเห็นคนที่อายุ 30 – 40 ปี ยังคงเป็นสิวอยู่ ทั้ง ๆ ที่สิวโดยปกติแล้วจะเป็นในช่วงวัยรุ่น มีการทดลองใช้เครื่องสำอางทาหูกระต่าย พบว่าหูกระต่ายมีตุ่มสิวขึ้นมาได้เช่นกัน ที่น่าสนใจกว่านั้นพบว่าการทดลองเกี่ยวกับการเกิดสิวนั้น ยังไม่ได้มาตรฐานพอที่จะยึดถือได้ เครื่องสำอางที่อ้างว่าไม่ก่อให้เกิดคอมมีโดน (คอมมีโดน คือ ต้นกำเนิดของสิว) เมื่อใช้ ๆ ไปก็พบว่าทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน